รถเมล์ใหม่ใสกิ๊ง
อิชั้นอาศัยอยู่ในกรุงเทพมาตลอดชีวิตค่ะ
(คำนี้จะขลังมากถ้าคนพูดมีริ้วรอยแห่งวัย...)
นั่งรถเมล์มาก็ไม่น้อย เพราะไม่มีรถให้ขับ
แต่เมื่อหลายวันก่อน อิชั้นได้ประสบพบสิ่งที่ชั่วชีวิตไม่เคยได้เจอมาก่อนเลยจากรถเมล์ไทย...
มันคือรถใหม่ค่ะ
เป็นรถร่วมสีขาว
พอก้าวเท้าขึ้นไปปุ๊บ กลิ่นสีก็ลอยมาปะจมูกนั่นเลยเชียว
รถทั้งคันเป็นสีขาวครีมใหม่เอี่ยมอ่อง ไม่มีร่องรอยการเขียนเล่น ไม่มีคราบดำสกปรก ไม่มีรอยกระดาษแปะประกาศ ไม่มีรอยแปะสติกเกอร์
เบาะนั่งสีน้ำเงินไม่มีรอยปะชุนให้เห็นสักแห่ง ราวจับที่ทาด้วยสีขาวยังดูสะอาดอยู่
ไม้กระดานที่ปูเป็นทางเดินก็สะอาดเอี่ยมอย่างเกือบจะเป็นสีขาว ตรงแหน่วไม่มีบิด งอ หรือแตกเป็นรูให้มองเห็นพื้นถนนได้เลย
พื้นก็ยังสะอาดไม่มีขยะซุกไว้ตามซอกเลยซักชิ้น พัดลมที่หมุนอย่างสมหน้าที่ทุกตัวก็ไม่มีฝุ่นจับดำๆ เช่นกัน
นี่ตูฝันไปใช่มั้ย (ก๊าก)
ก็เลยนั่งรถเมล์ไปในวันที่ฝนปรอยเบาๆ ด้วยจิตใจอันเบิกบาน (ฮา)
วันนั้นไม่ค่อยมีคนขึ้นเท่าไหร่แฮะ...
มีชายหญิงคู่หนึ่งขึ้นรถมาพร้อมถุงหิ้วใส่ถ้วยชาเย็นสีส้ม
เขาวางมันลงกับพื้นรถ ฝ่ายหญิงเริ่มเอนหลับ ฝ่ายชายมองข้างทางสลับมองคนข้างตัว
ลุ้นอยู่ในใจว่าเขาจะลืมถ้วยชาเย็นสีส้มทิ้งไว้บนรถรึเปล่า เพราะเรารู้สึกว่ารถคันนี้สะอาดเอี่ยมเสียจนไม่อยากให้มีใครทำอะไรสกปรกเสียเลย
ปรากฏว่าเขาไม่ลืมหิ้วถุงถ้วยชาไปด้วย ดีจัง...
กำลังเพลิดเพลินเจริญใจอยู่กระเป๋ารถก็พยักหน้าและโบกให้ลง...
บ๊ะเฮ่ย ยังไม่สุดสายไม่ใช่เรอะเฮีย ตูไม่ได้จะลงตรงเน้เว้ย
ที่พิมพ์ไปไม่ได้พูด ประสบการณ์กับรถเมล์ไทยสอนไว้ว่า ห้ามเถียงกับกระเป๋ารถเมล์เรื่องเส้นทางวิ่งแม้เราจะเริ่มเห็นว่ามันออกนอกลู่นอกทาง
ก็เลยลงมาอย่างมึนๆ...
โอเค บางสิ่งมันก็เปลี่ยนกันไม่ได้น่ะนะขนส่งมวลชนกรุงเทพ....
(ฮาแล้วปาโต๊ะ!!)
จุดจบของเรื่องนี้คือการโบกแท็กซี่ค่ะ
เอวัง
แต่คุณน้องยังเข็ดขยาดกับการนั่งรถเมล์อยู่ค่ะ
ถ้าจำเป็นจะนั่งแต่รถแอร์เท่านั้น
เพื่ออะไร??เพื่อความปลอดภัยของชีวิตค่ะ
ปล สาปส่งรถเมล์เล็ก ชิ้วๆๆ
แต่ได้ไปถึงที่ดีกว่าอ่ะ
จะเก่าจะใหม่ ขอให้ขับปลอดภัยเป็นพอ
อ้าว! ผิดประเด็น