แอบอ่านไดอารี่
วันนี้....ตามกำหนดการแล้ว มีเล็คเชอร์ชดเชย
แต่ตื่นมาแล้วพบว่าร่างกายรู้สึกไม่ปกติ บวกอารมณ์ "จารย์คนนี้สอนเรอะ....ฉันอ่านเองดีกว่าเฟร้ย"
ขออยู่บ้านดีกว่า รู้สึกไม่คุ้มค่าแก่การเดินทาง
(ถ้ากรุงเทพมีมลภาวะน้อยกว่านี้ เราอาจจะชอบการเดินทางมากขึ้น)
ทันใดนั้นเอง ธีมขบวนการนักสืบจิ๋วก็ดังขึ้น (หมายเหตุ - มันคือริงโทนมือถือ)
เจ๊ปรายโทรมา "นี่ เลื่อนสอบนะ แล้วเล็คเชอร์วันนี้ก็งด เลื่อนเป็นวันพุธแทน"
...พอดีจัง มางดวันที่เราไม่คิดจะไปพอดี
ทั่วไปแล้ว ครูเป็นฝ่ายประเมินนักเรียน
แต่เดี๋ยวนี้ นักเรียนก็ต้องประเมินครูด้วย
จบคอร์สทีนึง สิ่งที่ไม่พลาดคือต้องเขียนใบประเมินอาจารย์ ส่งให้ภาควิชา
มีลิสต์หัวข้อมาให้นักเรียนติ๊กทำเครื่องหมายให้คะแนน
ไม่รู้ทำไมนะ แต่พวกแบบสอบถามเนี่ย ชอบใช้ภาษาไทยที่อ่านแล้วไม่สามารถเข้าใจได้ในทันที ต้องแปลซ้ำสอง
เราไม่รู้หรอกว่าแบบประเมินพวกนี้มีความสำคัญต่อการได้สอนหรือไม่ได้สอนของอาจารย์ขนาดไหน
รู้แต่ว่า....พวกเราเหล่านักเรียนที่น่ารักติ๊กส่งเดชกันเหลือเกิน
ชนิดที่ว่าถ้าเราเป็นคนเก็บข้อมูล เราคงนั่งกุมขมับ แล้วคิดหาวิธีประเมินอาจารย์ใหม่โดยด่วน
....ข้างบนนั่นไม่เกี่ยวกับหัวข้อเลยแฮะ
คืออาจารย์คนนี้ติดธุระ เลื่อนสอนงดสอนมาหลายครั้งแล้วไง
เลยอยากบ่นเล็กน้อย ^ ^
กลับมาที่หัวข้อ....
วันนี้เราก็เลยอยู่บ้าน อ่านหนังสือ สลับกับหลับและกินขนม
เห็นน้องสาวนอน (...ย้ำว่านอน) พิมพ์คอมก๊อกแก๊กอยู่นาน
ชะเง้อดูนิดนึง....
บล็อกของ MSN นี่เอง....
ด้วยความเจือกอันเหลือล้น พอเธอลุกไปแล้ว พี่สาวจึงเจ๋อเข้าไปคลิกดู history
โอ๊ะ....space.msn.com/member/xxxxxxxxx
ชะแว้บ.....
ชะ....บล็อกนี้จำกัดคนเข้าย่ะหล่อน ไม่ใช่เพื่อนกรูอย่ามาแสล๋น
เขียนไดอารี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนไดอารี่จะอัพเกรดมาออนไลน์ น้องเราเขียนไดอารี่กันมานานแล้ว
และ...สารภาพบาปค่ะ แอบอ่านไดอารี่ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่เหมือนกัน
น้องสาวกับเราไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไหร่ ตั้งแต่แยกโรงเรียนกันแล้ว ต่างคนต่างก็มีโลกของตัวเอง
นานๆ เข้า ในที่สุดเราก็พบว่ามีช่องสุญญากาศเกิดขึ้น
ห่างกันจนเราไม่รู้ว่าจะต่อมันกลับเข้ามาได้ยังไง
เรียกว่า ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นน้องสาว เรากลับไม่รู้จักเค้าเลยว่าเค้าเป็นใคร นอกจากในความทรงจำที่เราเล่นกันตอนเด็กๆ
เราทดแทนมันด้วยการเฝ้าสังเกต และอ่านความคิดในไดอารี่ของเธอ
ไม่ใช่เรื่องดี ไม่ใช่เรื่องควรทำ....จริงค่ะ
เหมือนการบุกรุกเข้าไปในใจโดยเจ้าตัวมิได้ยินยอม
แต่ทื่อๆ ซื่อบื้อ สกิลการคุยติดลบอย่างเรา นึกได้แต่วิธีที่ไม่ต้องอาศัยความร่วมมือของอีกฝ่าย
รู้สึกผิด จึงไม่ได้ทำมานานแล้ว
ทุกวันนี้ เค้าเป็นใคร เราก็ยังไม่รู้อยู่ดี และยิ่งจะไม่รู้มากขึ้นไปอีกเรื่อยๆ
ตอนนี้ถอดใจไปแล้ว
ช่างเถอะ....
อย่างน้อยฉันก็ยังเห็นมันเป็นน้อง และมันก็ยังเห็นฉันเป็นพี่อยู่
เหตุผลที่เราเขียนไดอารี่ออนไลน์ มีสองข้อ
หนึ่ง -- อยากได้คนมาฟังเราบ่น
สอง -- บางขณะจิต เราว่างพอจะถอดความคิดเลอะๆ ในหัวเป็นตัวหนังสือ
อีกนัยหนึ่งคือ อยากได้คนอ่านค่ะ ^ ^
ทุกเรื่องที่เขียน ยินดีให้วิพากษ์ได้เต็มที่
เพราะเรื่องที่ไม่ยินดีให้วิพากษ์ เราไม่เขียนอยู่แล้ว
Cherie
3 ต.ค. 2548 เวลา 19:18 น.
แอบอ่านได ...
ม่ะผิดหร๊อก
เรพราะว่า เป็นพี่น้องกันอ่ะโน๊วว ^^
เราเขียนไดอารี่
เพื่อจดจำเรื่องราวดี ๆ มากมาย
เพื่อ .... ความสนุกสนาน
แระเพื่อ มิตาพาบดี ๆ ^^
Miziz
ทำหั้ย มีคนแนะนำ เรามั่กมาย
บางที เราก้อได้รับ
ความรุ้สึก สุข --- ทุก
ของคนอื่น
ทำหั้ยโลกของเรากว้างขึ้น^^
อ่านภาษาไทยแล้วต้องแปล ต้องใบประเมินเลย
เบื่อที่จะต้องทำ ส่วนใหญ่เราตะ ติ๊กไปเรื่อยๆ เหอๆๆ
เดี๋ยวนี้ยิ่งไม่แจกให้เขียนแล้วนา ให้ไป ประเมิน ในเนต ทำให้ลำบากเพื่อ!!!
และก็เคยเขียนไดอารี่ระบายอะไรไว้เยอะแยะ ตอนนั้นไม่อยากให้ใครอ่านเลย เพราะเค้าคงรู้สึกไม่ดีแน่ๆที่บางมุมเหมือนไม่ใช่เรา
ยุคสมัยเปลี่ยนไป จากที่ไม่ต้องการให้ใครอ่าน กลับต้องการคนอ่าน ต้องการคนรับฟัง
มันมาถึงจุดนึงที่เราคิดว่า เราอยากเล่า ให้กับใครก็ได้ฟัง ใครก้ได้ ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เราเล่า
เราไม่ต้องกั๊กข้อมูล เพราะกลัวว่าคนที่รับฟังจะเอาไปพูดต่อ แล้วเราจะเสียได้
และโดยส่วนใหญ่ คนที่อ่านจะเห็นด้วยกับเรา แสดงให้เห็นถึงความต้องการการยอมรับ อยากให้คนมา support ความคิดเรา หรือ โต้แย้งในจุดที่เรายอมรับได้
พูดง่ายๆ หาพวก และหาที่ระบาย
แต่โลกอินเตอร์เนทก็แคบลงทุกวันๆ บางทีเราก็ไม่สามารถบอกได้ทุกเรื่อง เหมือนที่เราเขียนงงๆไปเมื่อวันก่อน
เออ ... แต่แบบสอบถามอ่ะ เราเขียนเต็มที่ทุกครั้งเลยนะ ^^
อย่างน้อย ไดอารี่ ก็ทำให้หายเครียดได้น๊ะค่ะ
บางคอมเม้น ก็ เหลือเกิน แต่คอมเม้นดีๆๆ กำลังใจ ดี ๆๆจากเม้นก็มีเหมอืนกันค่ะ
จะบอกว่าชอบอ่านไดป้าง่ะ แง้ว~ ^ ^ ป้าเขียนดีชอบ~~ ^^ (ไร้สาระจริงๆ แก)
ประจำ - -*