ก่อนอื่น  อยากให้ดูรูปนี้...

 

แล้วตามด้วยรูปนี้...

 

รูปแรกคือเอ็ดเวิร์ด เอลริค  เสียแขนซ้ายไประหว่างพยายามฟื้นคืนชีพแม่ 
เป็นตัวละครในจินตนาการ
รูปที่สองคือเจส ซัลลิแวน  เสียแขนทั้งสองข้างในอุบัติเหตุถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อต
เป็นมนุษย์จริงๆ
ทั้งคู่มีแขนเทียมซึ่งสร้างจากวิทยาการ  ซึ่งเคลื่อนไหวได้เหมือนแขนจริง  นั่นคือ เคลื่อนไหวด้วยการสั่งการจากสมอง โดยตรง  พูดสั้นๆ ก็คือ "คิดให้แขนขยับ" นั่นล่ะค่ะ
...ทุกครั้งที่ได้เห็นจินตนาการมาบรรจบกับความเป็นจริง  รู้สึกว่ามันน่าทึ่งจัง


เล่าเรื่องคุณซัลลิแวนนะคะ
ถึงจะมีแขนกล (robotic arm) พัฒนาและใช้กันมานานแล้ว  แต่ก็ไม่สามารถทดแทนการใช้งานอย่างแขนจริงได้ 100%  เพราะยังไม่สามารถเชื่อมโยงการสั่งงานจากสมองไปสู่แขนกลได้  ที่ผ่านมาจึงเป็นการบังคับแขนกลสองชั้น  คือผู้ใช้งานจะใช้แขนส่วนที่ยังเหลืออยู่จากการตัด ขยับไปกดปุ่มซึ่งติดตั้งอยู่ภายในเพื่อทำให้เกิดการเคลื่อนไหว
แต่สำหรับแขนกลของคุณซัลลิแวน  ทีมพัฒนาทำได้ยิ่งกว่านั้น  คือเป็นการควบคุมจากประสาทจริงๆ ของผู้ใช้งาน  อีกทั้งแขนกลนี้ยังสามารถตรวจจับสัมผัสและแรงกดได้อีกด้วย

สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่ามันทำงานยังไง
เริ่มจากแพทย์ผ่าตัดเอาเส้นประสาทซึ่งเคยเชื่อมสู่แขนมาแปะไว้ที่กล้ามเนื้อหน้าอก  แล้วเชื่อมไว้ด้วยขั้วไฟฟ้า  ดังนั้น  เมื่อสมองส่งกระแสประสาทมาให้ขยับแขน  สัญญาณประสาท (ซึ่งที่จริงก็คือกระแสไฟฟ้า) จะวิ่งมากระตุ้นขั้วไฟฟ้าที่แปะไว้  แล้วขั้วไฟฟ้าซึ่งเชื่อมต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์เล็กๆ บนแขนกลก็จะแปรข้อมูลเป็นกลไกการเคลื่อนไหวของแขน  รวมทั้งควบคุมการเคลื่อนไหวของนิ้วทั้งห้าอีกด้วย
บริเวณข้อต่อก็เคลื่อนไหวได้ด้วยมอเตอร์  โดยเฉพาะที่บริเวณไหล่ซึ่งเป็นมอเตอร์ทำจากอลูมิเนียมกับคาร์บอนไฟเบอร์และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขับเคลื่อน  และบริเวณปลายนิ้วก็จะมีเซนเซอร์สำหรับตรวจจับแรงกด

ในการแถลงข่าวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  แขนกลนี้สามารถยกขวดน้ำขึ้นดื่มได้เรียบร้อยดี  แต่ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้จริง  เพราะแขนกลตัวนี้ยังไม่แข็งแรงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน  ทีมพัฒนาจึงยังต้องหาทางทำให้แข็งแรงและทนขึ้นกว่านี้อีกค่ะ

ภาพและเนื้อหาเพิ่มเติมมาจากที่นี่ค่ะ
http://www.popsci.com/popsci/medicine/6123dc8a25076010vgnvcm1000004eecbccdrcrd.html


เล่าเรื่องนายเอ็ดเวิร์ดดีมั้ยเนี่ย....
อย่าเลย  ขอโฆษณาให้หาการ์ตูนเรื่องนี้มาบริโภค ^ ^
鋼の錬金術師 - Full Metal Alchemist
ชื่อภาษาไทย... "แขนกล คนแปรธาตุ"
...เฮ่อ...ยังไม่ชินกับชื่อไทยซะที



Cherie
18 ต.ค. 2548 เวลา 10:07 น.

โอ้ววววววววว น่าทึ่งมากครับ
ปล.ตอบเม้นท์ไดผมนะครับ>>> :)
000094
18 ต.ค. 2548 เวลา 16:20 น.
โอ้
ป้าขา..
มันน่าทึ่งจริง ๆ เลยค่ะ

ดูเผิน ๆ เหมือนไม่น่าจะทำได้เลยนะคะที่จะให้สมองควบคุมแขนกลอย่างนั้นอ่ะ
แต่ยังไงมันก้อสู้ระบบประสาทไม่ได้อยู่ดีเนาะ. .
001214
18 ต.ค. 2548 เวลา 20:50 น.
สุดยอดเลยค่ะ ...
วิวัฒนาการไปไกลขนาดนี้แล้วสินะ เยี่ยมๆ

Full metal ไม่ได้ซื้ออ่ะค่ะรอยืมเพื่อนเอา 555
ได้ข่าวว่าแบบอนิเมะจะดราม่า แต่แบบมังกะจะฮาๆ ใช่รึป่าว?

คอสงาน VBK ด้วยหรอคะ คอสเป็นใครอ่า แล้วคอสวันเสาร์หรืออาทิตย์อ่ะคะ เด๋วจะไปถ่ายรูปน้า อิอิ
001745
20 ต.ค. 2548 เวลา 03:10 น.
นี่แหละวิทยาศาสตร์ที่ทำให้โลกเราก้าวหน้าขึ้นมากมาย จนสิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องไม่น่าเป็นไปได้ ก็เป็นไปได้ โดยที่เราคิดไม่ถึง
001940
20 ต.ค. 2548 เวลา 16:43 น.
ป้ายังไม่อัพหรือคะ?

สงสัยจะเตรียมไป VBK แน่เลย
ถ่ายรูปมาให้ดูด้วยนะป้า

เชียร์ป้าคอสสุดจัยยย*
แต่...คราวนี้เฮอร์มิม่ะได้ไปน่อค่ะ
กลับบ้านแว้วววว
001214
21 ต.ค. 2548 เวลา 21:21 น.
อย่างนี้แปลว่านักประสาทวิทยาเขาแปล "รูปแบบ" ของกระแสประสาทในสมองออกแล้วเหรอครับ?

ดูแล้วคิดถึงดอกอ๊อคในแมงมุมภาค 2 เรยแฮะ

แต่ดูท่าคงอีกนานกว่าจะพัฒนาได้ถึงขั้นนั้น
000775
22 ต.ค. 2548 เวลา 22:45 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic