สวัสดีค่ะ
ถ้าจำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ขา ตา หู จะยอมทิ้งอะไรคะ
. . .
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วตอนที่เรายังเป็นนักเรียนป. 3 ของโรงเรียนเก่าๆ แห่งหนึ่งซึ่งอาคารเรียนทำด้วยไม้
(จริงๆ นะ แต่ไม่รู้เดี๋ยวนี้ยังอยู่เหมือนเดิมรึซ่อมใหม่เป็นปูนไปแล้วหว่า)
อาจารย์ประจำชั้นยิงคำถามนี้มาให้นักเรียนทั้งห้องตอบ
ระหว่าง หูหนวก ตาบอด ขาพิการ
แล้วก็ให้ทุกๆ คนลองแบ่งกลุ่มกันตามตัวเลือกที่เลือก
ผลปรากฏว่า เด็กๆ ครึ่งห้องเลือกทิ้งตา อีกครึ่งนึงเลือกทิ้งหู
อาจารย์อุทาน "อ้าว ไม่มีใครคิดเหมือนครูเลยเหรอ
ครูว่าครูยอมเสียขาดีกว่านะ เพราะครูอยากจะเห็นโลกนี้อีกนานๆ"
นิทานเรื่องนี้....เราก็ไม่แน่ใจว่าตั้งใจจะสอนอะไรให้เด็กป. 3 นะ
เราในตอนนั้นเพิ่งเสร็จจากการเหม่อลอยในห้อง พอฟื้นคืนสติขึ้นมาเลยไม่รู้อีโหน่อีเหน่ว่าคุณครูสั่งให้ทำอะไร จะถามอีกก็ไม่กล้าตามประสาเด็กนักเรียนในยุคที่อาจารย์ดุและมีไม้เรียวพันผ้าเป็นของคู่มือ ดังนั้นจึงเอาตัวรอดอย่างรวดเร็วด้วยการเดินแยกกลุ่มตามชาวบ้านไป คนข้างๆ เดินไปอยู่กลุ่มไหนฉันก็ไปด้วย
พอปะติดปะต่อสถานการณ์ได้ เราก็คิดว่ามันเป็นคำถามที่ตอบยากจัง ก็เลยไม่ตอบซะอย่างนั้น แล้วก็ลืมมันไป
จนจู่ๆ ที่นึกขึ้นมาได้นี่เองล่ะ
แต่สิบปีผ่านไปแล้ว เราในตอนนี้ก็ยังคิดว่า มันเป็นคำถามที่ตอบได้ยากอยู่ดี
ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากเสียไป
แต่ถ้าต้องเสียไป มันก็คงเป็นสถานการณ์ที่เราเลือกไม่ได้ ยกเว้นจะไปเจอฆาตกรโรคจิตประมาณหนังเรื่อง SAW
ถึงยังไงซะ เราก็ยังเป็นมนุษย์อยู่นี่หว่า
ยังคิดได้ รังสรรค์ความรู้ได้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่งทุกอย่าง
แล้วก็ ยังมีชีวิตอยู่ด้วยนะ
...สงสัยอาจารย์พยายามจะบอกให้เด็กๆ เห็นใจคนพิการมั้ง?
หรือไม่ก็บอกอ้อมๆ ว่าอย่าเล่นซนกันให้มากนักรึเปล่าหว่า ฮ่า
หมดเดือน 11 แล้ว...
ขอประชดความหนาวเย็นของกรุงเทพด้วยไอติม
(คุณหลอกชั้น!! ไหนทำท่าซะดิบดีว่าจะอากาศเย็นสบายไง แค่สามวันคุณก็ร้อนเหมือนเดิม ฮือ...)
iberry สยามจ้า เย้

Cherie
30 พ.ย. 2548 เวลา 10:05 น.
>.<
แต่มันก้ยากที่จะเลือกจริงๆนะ
แต่ถ้ามีตา อย่างน้อยก็ยังเขียนได้ สื่อสารได้
แต่ ถ้าไม่ได้ยินเสียงเพลง คงทรมานเหมือนกันนะ
ส่วนขา ยังพาเราเดินไปไหนต่อไหนได้
มีตาไว้มองดูได้
แต่ถ้าให้เลือก คงไม่เลือกหรอก
^^ เลือกที่จะไม่ตอบ ก็ได้
ไม่ใช่เหรอ?
กิเลสในตัวเยอะ ความเสียดงเสียดายก็มาก
ไม่อยากเสียสิ่งหนึ่งสิ่งใดไป
ถ้าให้เลือกตอนนี้ ก็ขอทิ้งขาไปดีกว่า
แต่ ณ ปัจจุบัน ..
ตาก็มองได้เลือนลาง หูก็ได้ยินไม่ชัด เฮ้อ..
น่าแปลกมั้ยคะ
เด็กจะเลือกสิ่งที่ผู้ใหญ่ไม่ค่อยคิดเลือกกันเลย
เดาว่าเพื่อนๆในชั้นเรียนคุณสมัยนั้น
คงไม่อยากเสียขา เพราะความรู้สึก
อยากวิ่งเล่น อยากเดิน ...
เหตุผลประการสำคัญอย่างยิ่งคือ "เราชอบวาดรูป และเรารักการปั่นโด"
ขาดตาไป....เอวัง หมดสิทธิวาดรูป
ขาดหูไป.....หมดทางติดต่อกับคนอื่น คุยกับเพื่อนก้ไม่ได้
ขาดขาไป.....ไม่สะดวก น่ารำคาญและน่าน้อยเนื้อต่ำใจ แต่งานอดิเรกเราไม่ต้องพึ่งขาอยู่แล้ว พอทำใจได้
สรุป เราเลือดตัดขา เพราะเราขาดงานอดิเรกที่รักไม่ได้ แล้วขาดเพื่อน ขาดการพูดคุยกับชาวโลกไม่ได้ ฟันธง!!
ส่วนเรื่องไม่อยากขาดขาของเด็กๆ เห็นด้วยกันคุณไร้แก่นสารน่อ