จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า

สวัสดีค่ะ

สวัสดีวันจันทร์  ด้วยเรื่องพระจันทร์

พักนี้กลับบ้านมืดค่ำ  ยิ่งเป็นหน้าหนาว  อาทิตย์ลาเร็ว  ได้เห็นพระจันทร์บ่อย
เวลาเดินเข้าซอยเราจะมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก  เหมือนเดินตามพระจันทร์ทุกวัน
ถ้าอารมณ์ศิลป์กว่านี้อีกนิดก็จะบอกว่า  ฉันกลับบ้านโดยมีพระจันทร์นำทาง
...ซึ่งไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย  ฮ่า


การแหงนหน้ามองพระจันทร์ให้ความรู้สึกที่พิเศษ
คนเราเมื่อแหงนหน้ามองใคร  ถ้าไม่เป็นเพราะเราตัวเตี้ยกว่าเค้า  ก็ต้องเป็นเพราะเค้าอยู่ในฐานะที่สูงกว่าเรา
เมื่อแหงนหน้าขึ้นแบบนั้น
ภายใต้แผ่นฟ้าและแสงจันทร์ที่เรามองขึ้นไปหา
ตอนนั้นเป็นอีกวินาทีหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของสรรพสิ่ง เทียบกับความเล็กน้อยของมนุษย์คนหนึ่ง
แต่มนุษย์คนนั้นก็ช่างมี "ความเป็นตัวตน" ที่ใหญ่บานคับช่องเหลือเกิน
"...ลดลงซะบ้างนะแก"


ทุกๆ คืน  พระจันทร์ไม่เคยเหมือนเดิม
จากเสี้ยว  เป็นครึ่ง  และเป็นดวงกลม  สว่างอยู่กลางฟ้า
แล้วก็ย้อนกลับ  จากดวงกลม เป็นครึ่ง  เป็นเสี้ยว  แล้วมืดหายไป
เป็นข้อเท็จจริงที่ใครๆ ก็รู้
แต่การได้เฝ้ามอง  ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง
ทีละเล็กละน้อย
เตือนใจเราที่คุ้นชินกับความแน่นอนที่ถูกสร้างขึ้นทุกครั้งว่า
ความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมชาติและนิรันดร์

คืนวันก่อน  พระจันทร์เต็มดวง 
แสงสีเหลืองนวลอันอ่อนโยนท่ามกลางเมฆหมอกเคลื่อนคล้อยราวม่านบาง
ภาพนั้นคงไม่แตกต่างจากภาพที่คนเมื่อซักร้อยซักพันปีก่อนได้เห็นเมื่อแหงนหน้าขึ้นนัก
บนดวงจันทร์ถึงได้มีเทพธิดา
และภาษาไทยถึงได้มีคำมากมายที่เปรียบหญิงสาวประหนึ่งดวงจันทร์
ความงดงามที่สะท้อนจับใจผู้คนมาทุกยุคทุกสมัยเช่นนั้น
...เหมือนเป็นนิรันดร์ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
....แปลกดีแฮะ


ในภาษาอังกฤษมีคำว่า lunatic ที่มีความหมายประมาณ บ้า เพี้ยน สติแตก ประสาท เทือกๆ นี้
ที่มาของคำๆ นี้น่าสนใจมาก  คือมาจาก luna ซึ่งก็คือพระจันทร์
ด้วยความเชื่อว่า  แสงจันทร์มีอิทธิพลทำให้คนเป็นบ้าไปได้
และสิ่งแปลกประหลาดมักเกิดขึ้นใต้แสงจันทร์
...มนุษย์หมาป่ายังกลายร่างในคืนจันทร์เต็มดวงเลยนี่นา
...อ้าว  แล้วตกลงคนเห็นพระจันทร์เป็นเจ้าหญิงหรือเป็นแม่มดกันแน่นะ ^ ^


ในเรื่องดราก้อนบอล  มีฉากนึงที่ผู้เฒ่าเต่าพูดว่า  พระจันทร์น่ะเรอะ  ฉันทำลายทิ้งไปแล้วล่ะ
วงเล็บในใจ - โกคูจะได้กลายร่างเป็นลิงยักษ์ไม่ได้ ^ ^
บลูม่า (มั้ง?) ก็เลยบ่นขึ้นมาว่า  แย่จัง  ต่อไปนี้ก็อดชมจันทร์น่ะสิ
แต่พอคิดไปคิดมาแล้ว  เราว่ามันแย่กว่าแค่อดชมจันทร์
คนยังว่า เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว
แล้วดาวหายทั้งดวงมันก็ต้องสะเทือนจักรวาลน่ะสิ ^ ^
คิดอย่างเล่นๆ ว่า 
อย่างน้อยระหว่างโลกกับดวงจันทร์  ถ้าดวงจันทร์หาย  แรงดึงดูดที่ทำน้ำขึ้นน้ำลงบนโลกก็ต้องหายไป
แค่คิดว่าทะเลเลิกขึ้นลงอย่างเดียว  โลกก็เปลี่ยนไปมากมายแล้ว
ยิ่งถ้าคิดไปอีกว่า  มวลของดวงจันทร์ทั้งก้อนหายไป  มันต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงของดวงดาวต่างๆ ที่เหลือเพื่อปรับสมดุลของแรงดึงดูดระหว่างกันใหม่แน่ๆ เลยล่ะ
...ผู้เฒ่าเต่าทำในสิ่งที่เป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อโลกไปซะแล้ว อุๆๆ ^ ^
อ.โทริชิม่าเอาจีเพ็นจิ้มแล้วบ่น....คุณจะคิดอะไรมากมาย  ก็การ์ตูนนี่ครับ


ถึงท้องฟ้ากรุงเทพจะไม่ค่อยมีดาว
และถูกรบกวนด้วยแสงไฟฟ้าจ้าอยู่บ่อยครั้ง
แต่พระจันทร์ก็ยังอยู่ที่นั่น  ยังส่องแสงสว่างนุ่มประดับบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
และเป็นแรงบันดาลใจมากมายให้ชาวโลกมาแต่อดีตกาล
...ว่างๆ แหงนหน้ามองพระจันทร์บ้างมั้ยคะ?
อาจจะปิ๊งอะไรที่ฟุ้งซ่านยิ่งกว่าไดเราวันนี้ก็ได้ วะฮ่า ^ ^



Cherie
19 ธ.ค. 2548 เวลา 00:04 น.

จากคืนวันก่อน


ไปมองจันทร์ มาแล้วคะ


การอยู่ ต่างจังหวัดดีตรงที่

เราได้เห็นพระจันเต็มๆตา
ไม่มีทองฟ้าสีแดงๆที่เต็มไปด้วยแสงแบบในกรุงเทพ
หลายครั้งที่อยากเอนกายลงมองฟ้า


ไว้หาทำเลเหมาะๆก่อนแล้วกัน *
ปล. ฝนว่าไม่ฟุ้งนะ
001199
ð
19 ธ.ค. 2548 เวลา 16:07 น.
( กำลังนึกว่าอ่านฟิกไปแล้ว ฮ่า~ ^ ^ )สุดยอดป้า คิดไปซะ แต่ทั้งหมดมันก็คือสัจธรรมของโลกนี้ ^ ^ เราก็ชอบมองดวงจันทร์นะ เวลาออกไปเปิดประตูบ้านให้แม่ตอนกลางคืน ก็มักจะออกไปดูท้องฟ้า + รับอากาศที่เย็นกว่าในบ้าน " วันนี้จันทร์เต็มดวงไหมหนอ ? "
docoro
20 ธ.ค. 2548 เวลา 00:35 น.
การ์ตูนทุกเรื่อง มันต้องมีอะไรให้คิดตามเสมอเลยเนอะ ไม่ใช่แค่ว่าอ่านแล้วอ่านเลย เพราะงี้ถึงได้รักการ์ตูน

อ้อ กลับบ้านมืด ๆ เดินเข้าซอยระวังตัวด้วยนะคะ
002765
20 ธ.ค. 2548 เวลา 20:22 น.
โหะ แมวดำร่ายบทชมจันทร์... ^^

...จะว่าไป เราก็ชอบแหงนหน้ามองจันทร์บ่อยๆ นะตอนกลับบ้าน แถวบ้านเรามันยังโซนออกชานๆ เมืองอยู่ ถ้าไม่มีเมฆก็เห็นสบาย ^^...

...แต่เราขับรถกลับบ้านเนี่ยดิ ฮ่า ^^;;; << มันรอดมาได้ยังไงจนถึงบัดนี้เนี่ย - -"

แหม่ แต่หลายทีก็อดเงยหน้ามองไม่ได้แฮะ เค้าว่าหมาป่ากะพระจันทร์มันคู่กัน ฮ่า (มั่วละลุง) ..อะ แต่ในหนังการ์ตูนนิยายฯลฯ มันก็ชอบมีฉากหมาป่าหอนคืนพระจันทร์เต็มดวงนี่นา เนาะ ^^

(เพราะยังงี้ตูถึงแปลงสัญชาติเป็นหมาป่ารึป่าวหว่า...ก็ชื่อจริงเรามันแปลว่าพระจันทร์ง่ะ เหอๆๆ << ไม่เห็นจะเกี่ยวเลยลุง - -")

ใครซักคน :: แล้วก็เลยเพี้ยน (lunatic) ด้วยใช่มะลุง ^^
ลุง :: ง่ะ...เวรกรรม - -"
ป้า :: ...(แอบเหล่..อีลุงนี่มาก่อกวนไรไดชั้นอีกละ เมี้ยว~~~ -_-;;; )...
woof
22 ธ.ค. 2548 เวลา 21:46 น.
ถ้ามีใครมาบอกว่า เค้าจะอยู่ข้างๆเราเหมือนพระจันทร์ล่ะก็ เราคงดีใจมากๆ เพราะในยามที่พระอาทิตย์ทอประกาย แม้แสงจะแรงกล้าเพียงใด เราก็ยังเห็นพระจันทร์อยู่บางๆที่บนท้องฟ้าทุกครั้ง


น้ำเน่านิดๆแหะ

แต่ป้าพูดอย่างนี้ ทำให้ดูนุ่มนวลขึ้นเยอะเลยรู้มั้ย ^^ (แต่ก่อนไม่ได้แข็งกร้าวนะ อย่าเข้าใจผิด)
000319
24 ธ.ค. 2548 เวลา 16:10 น.
ชอบมากเลย พระจันทร์เนี่ย
จันทร์เพ็ญครั้งล่าสุด ผมก็แหงนหน้าขึ้นไปมองมันเหมือนกัน

ถึงแม้จะอยู่คนละที่ แต่ก็ยังได้มองพระจันทร์ดวงเดียวกันเนอะ
(ฮิ้ววววววววววว)

คนโบราณจะมองพระจันทร์ยังไง
แต่สำหรับผม พระจันทร์จะเป็นสิ่งที่ผมมักจะขอพรด้วยบ่อยๆ
ไม่รู้ว่าพระจันทร์จะเบื่อหรือเปล่า
แต่คนมันอยากขอนี่นา

ปล.Have yourself a merry Christmas นะครับ
000775
25 ธ.ค. 2548 เวลา 00:37 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic