เปิดเทอมแล้ว!!
เราไม่ใช่คนเรียน ทำไมเราต้องมาสนใจเรื่องเปิดเทอม
เพราะเปิดเทอมคืนความสงบสุขให้ฉันไงล่ะ วะฮ่าๆๆๆ
จู่ๆ ไม่ทันรู้ตัว วันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาพบกับข้อเท็จจริงว่าแถวบ้านเรามีเด็กเล็กเพียบ นับหน่วยเป็นฝูงได้
เมื่อก่อนก็มีเด็กนะ แต่ก็รุ่นใกล้เคียงกับเราทั้งนั้น วันปิดเทอมแดดร่มลมตกก็โผล่ออกไปตีแบต ปั่นจักรยานให้รอบซอย (ตันๆ) แอบเด็ดดอกเข็มที่ไม่รู้ว่าใครปลูกไว้ โดดเขย่งไล่จับและรอโบกรถไอติม โอ้ก...ฉันนี่มีวัยเด็กกะเค้าด้วยรึเนี่ย วะฮ่า ปัจจุบันต่างคนต่างโตก็เงียบหายไป และซอยตันเล็กๆ ที่มีรูปร่างคล้ายไม้ทีพิการก็ขาดหายเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กๆ ไปซะงั้นแล (แต่แทนที่ด้วยเสียงพ่อค้าเข็นรถข้าวหมกไก่แทน เวร) สาเหตุประการหนึ่งคงเป็นเพราะหมดยุคเด็กๆ ออกไปเล่นนอกบ้านแล้วเข้าสู่ยุคเพลย์สเตชั่นครองเมือง บวกส่วนผสมของวิถีชีวิตคนเมืองที่ปากซอยยันท้ายซอยไม่รู้จักกันเลยก็เป็นอันลงตัว
เอาใหม่.... วันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาพบกับข้อเท็จจริงว่าแถวบ้านเรานั้นเด็กเพียบเป็นฝูง
เสียงตะโกนของเด็กๆ ทะลุทะลวงขึ้นมาถึงห้องนอนฉันแล้วพุ่งเข้าไปเคาะกะโหลกอิฉันให้ตื่นขึ้นมารับอรุณ
จอร์จคะ ดิฉันไม่รักเด็กเลยนะคะ วันที่นอนตีสี่นี่มันช่างอยากหาอะไรปาใส่หัวเด็กยิ่งนัก (แล้วเอ็งจะเจือกนอนตีสี่ทำไม?)
(นอกเรื่อง มีบางวินาทีที่ตื่นมาแล้วนึกถึงเกม Water balloon เป็นเกม flash ที่คนเล่นรับบทชายแว่นหัวเถิกโรคจิตพนักงานเงินเดือนต๊อกต๋อยในบริษัทขายประกัน วันๆ โดนเจ้านายด่าจิกโขกสับแถมตัดเงินเดือน เครียดหาทางออกไม่ได้เลยระบายความเก็บกดด้วยการแอบซุ่มบนยอดตึกแล้วคอยหย่อนลูกโป่งน้ำใส่หัวชาวบ้าน ยิ่งชาวบ้านแต่งตัวไฮโซน่าหมั่นไส้ยิ่งได้แต้ม แต่ต้องระวังไม่โยนใส่หัวตำรวจรึยายแก่ขี้บ่นที่พร้อมจะหาเรื่องแจ้งตำรวจจับเรา เห็นมั้ยว่าทำไมจู่ๆ นึกถึงเกมนี้ ถ้าได้ปาลูกโป่งน้ำแตกโพละใส่หัวตัวเจี๊ยวจ๊าววงแตกกระจายมันจะน่าอภิรมย์เยี่ยงใดหนอ วะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ (หัวเราะอย่างโรคจิตเข้าขั้นพร้อมฉากหลังเป็นฟ้าผ่าครบสูตร) พูดถึงแล้วอยากเล่นวุ้ย ทำไมตรูไม่ดูดเซฟเก็บไว้น้า ...ว่าแต่เรารู้ได้ยังไงฟระว่าไอ้เจ้าแว่นหัวเถิกนั่นมันเป็นพนักงานขายประกัน ในเกมไม่เห็นจะเขียนบอกไว้ซักหน่อย)
ตอนเช้าๆ มันยังไม่เท่าไหร่ค่ะพี่น้อง ตอนเย็นสิคะสุดยอด
"แปลงร่าง-----------!! ไอ้มดแดง ย่าห์!!"
"ขี้โกง!! ตาเค้าเล่นแล้ว เอาคืนมา!!"
"พี่หนูจะเล่นด้วยอ้ะ!!"
"ไม่เอา!! พี่ไม่ให้เล่นด้วยแล้ว!!"
...ฉันบ้าไปแล้ว มาตั้งใจฟังเด็กทะเลาะกันเนี่ย เว้ยยยย พยายามเปิดเพลงกลบเกลื่อนแล้วนะ
ล่าสุดแถวบ้านมีเด็กชายวัย 2 ขวบ นามว่าน้องชินจัง แม่เราชอบเอาเด็กแถวบ้านมานินทาให้ฟัง (สาเหตุหนึ่งเป็นเพราแก๊งเด็กมักเอาเศษซากของขนมที่กินแล้วมาทิ้งไว้ในกระถางต้นไม้หน้าบ้าน) แต่เราก็ไม่เคยจำได้ว่าไผเป็นไผ ยกเว้นไอ้น้องชินจังนี่แหละ เพราะพลังเสียงน้องสุดยอดมาก แค่เสียงกรีดร้องน้องก็สยบได้ทุกความเคลื่อนไหว จะใหญ่มาจากไหนถอยหมด ด้วยเดอะอัลติเมทพลังเสียงนี้ทำให้น้องปลอดภัยจากการข่มเหงของเด็กโตกว่าแถมยังเป็นขุมอำนาจไว้ต่อรองกับเด็กอื่นแถวบ้านด้วย เทียบเคียงอานุภาพได้เท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ที่ชาติไหนครอบครองชาติอื่นก็ต้องเกรงใจ ชนะเลิศค่ะ อย่าโผล่มาให้เห็นหน้าเชียวนะเว้ยเฮ้ย เดี๋ยวเจอ Third impact
เอ....เราแก่ขนาดนั้นแล้วเลยรึ...
เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่มีพลังกอบกู้โลกจากปิศาจร้ายในอีกมิติ มักจะตัดพ้อกับผู้ใหญ่ที่บังเอิญไม่มีพลังกู้โลกแถมยังชอบขัดคอสุดยอดแผนกอบกู้โลกว่า "พวกคุณก็เคยเป็นเด็กเหมือนกัน ทำไมไม่เข้าใจพวกเราบ้าง"
นั่นสินะ แล้วประโยคภาคบังคับของอนิเมเด็กกู้โลกทุกเรื่องก็สะกิดเบรคอารมณ์
มันก็เรื่องธรรมดาของเด็กนี่เน้อ
เล่นสนุกสนานเฮฮาจะให้กระซิบกันรึไง
ไอ้เจ้าอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมามันก็ปะทุจากในใจเราเอง ไม่เกี่ยวกับเด็กซักหน่อย
....แต่ฉันก็ไม่เคยทิ้งขยะใส่กระถางต้นไม้ชาวบ้านนะเฟร้ย ล้มโต๊ะ!!
ลิมิตของคำว่า "ธรรมดาของเด็ก" อยู่ที่การอบรมของพ่อแม่ด้วยนะคะ
ถึงเราจะไม่เคยใส่ใจความเป็นไปของกันและกัน แต่อุตส่าห์โคจรมาอาศัยใกล้เคียงกัน (แชร์กำแพงเดียวกันด้วยซ้ำ ฮา) ไม่เห็นอกเห็นใจกันบ้างซอยตันรูปไม้ทีพิการก็ไม่สุขสันต์เหมือนชื่อกันพอดี
บางที การที่มีคนหน้าด้านหน้าทนเกลื่อนกล่นอยู่ทั่วประเทศไทย อาจจะเป็นเพราะพ่อแม่เค้าลืมบอกเรื่องนี้ไปก็ได้มั้ง
เรื่องนี้เป็นกันได้ทุกระดับชั้นการศึกษาและฐานะของพ่อแม่อย่างแท้จริง
(นอกเรื่องรอบสอง เคยอ่านเจอกระทู้ระทมในพันทิปที่คนโพสต์แชร์ประสบการณ์เด็กเวรในร้านอาหารร่วมกัน เรื่องที่เด็กซน เจี๊ยวจ๊าว วิ่งเล่นไปมารอบร้านอาหารมันก็น่ารำคาญพอแล้ว แต่เรื่องที่น่ารำคาญที่สุดก็คือการที่พ่อแม่ (พ่วงวงศาคณาญาติอาม้าอาซิ่ม) นั่งมองลูกวิ่งเล่นไปมาด้วยรอยยิ้มเอ็นดูชื่นชมความแข็งแรงสดใสร่าเริงของบุตรหลาน เว้ยยยยยย ไปสดใสแข็งแรงที่อื่นไป๊!!)
โค้งสุดท้ายของปิดเทอม เย็นวันนั้นเราออกไปปากซอย ย่อมต้องฝ่าด่านผ่านแก๊งเด็กข้างบ้านออกไป
แก๊งเด็กถีบสามล้อ (สองล้อประปราย) ล้อมวงอยู่ริมเสาไฟฟ้าหน้าบ้าน หน้าหันจ้องมาทางฉันอย่างมีประกายความหวัง
...เอ๊ะ ตรูเกี่ยวอะไร
แก๊งเด็กบางท่านแข่งกันวิ่งพุ่งตัดหน้าฉันไปทางปากซอย
หันหน้ามองตามไป...อ้อ....รถไอติมวอลล์นี่เอง
รถไอติมคันเล็กๆ รูปทรงที่ทุกคนคุ้นตา กับเสียงที่ทุกคนคุ้นหู จอดนิ่งอยู่หน้าปากซอย ด้านหน้ารถมีแก๊งเด็กสองตัวพุ่งเข้าไปเกาะ ด้านหลังมีอีกคนตะกายขึ้นไปนั่งบนตัวถัง กับอีกคนที่กำลังพยายามตะกายตามพี่ชายขึ้นไป
น้าคนขายไอติมยิ้มน้อยๆ ขณะเอื้อยเอ่ยให้พี่ชายขยับตัวเบี่ยงให้น้องชายขึ้นมาเกาะบนรถได้บ้าง ทุกคนจะได้ขี่รถไอติมเข้าไปในซอยด้วยกัน
แม่โผล่มาเห็นอาจจะด่าเช็ด ลงมาเดี๋ยวนี้นะ เล่นอะไรพิเรนทร์
ตัวฉันในวัยเด็กคงไม่วิ่งขึ้นไปเกาะรถไอติมแบบนั้น แต่ก็คงอยากทำแน่ๆ
ก็เป็นเด็กนี่นา เกาะรถไอติมวิ่งเอื่อยๆ เข้าไปแบบนั้น แค่นี้ก็สนุกแล้ว
(นอกเรื่องรอบสาม คิดถึงรถไอติมโฟร์โมสต์ครับพี่น้อง ตะก่อนเฮาชอบซื้อไอติมวานิลาถ้วยเล็กๆ สูงประมาณถ้วยโยเกิร์ตเดี๋ยวนี้ ราดช็อกโกไซรัปกับถั่ว จำได้เลาๆ ว่าถ้วยนั้น 10 บาทซึ่งจัดว่าไม่ถูกเมื่อเทียบกับไอติมอื่นๆ ในรถตอนนั้น (ย้าก บ่งบอกอายุอีกแล้ว) แพ็กเกจจิ้งสีจืดไม่เตะตา สู้ไอติมถ้วยวอลล์เดี๋ยวนี้ไม่ได้ แต่ความรู้สึกในตอนนั้นคืออาหย่อยจัง เอิ๊ก เดี๋ยวนี้ 10 บาทซื้อไอติมไรได้มั่งหว่า...)
เช้านี้เราตื่นขึ้นมาเพราะฝันพิลึกๆ จบแล้วหนึ่งเรื่อง
ได้ยินแต่เสียงน้ำไหลในท่อ เสียงนกกระจอกร้อง เสียงลมเอื่อยๆ และเสียงมอเตอร์พัดลม
เปิดเทอมแล้วนี่นา กลางเดือนพฤษภาแบบนี้ เด็กคนไหนยังอยู่บ้าน แสดงว่าเรียนโรงเรียนสาธิตแหงๆ
(แต่ได้ข่าวว่าสาธิตของอิฉันก็หันมาเปิดเรียนกลางพฤษภากะเค้าแล้วเหมือนกัน โชคดีที่จบหนีออกมาก่อน วะฮ่า)
ถึงจะเปิดเทอมแล้วแต่ชีวิตของแก๊งเด็กที่ยังไม่รู้จักการเรียนพิเศษ ตอนเย็นก็คงหมดไปกับการเล่น และเล่น และเล่นเจี๊ยวจ๊าวนอกบ้านต่อไป
ดีจังน้า.....
แต่คนแก่ๆ ที่ไม่รักเด็กเช่นอิฉัน ขอดื่มด่ำช่วงเวลาอันสงบสุขไปก่อนก็แล้วกัน
- ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแสดงความยินดีกับวันเกิดโคนันคุง ดีใจซะยิ่งกว่าวันเกิดตัวเอง วะฮ่า ^ ^
- ความดีของหนอนคูลฟีเวอร์ข้อหนึ่งคือสร้างความบันเทิงให้อิฉันในฐานะผู้ติดตามข่าวอย่างล้นเหลือ ยกให้ติดอันดับข่าวเด็ดในรอบปีเลยนะเนี่ย ^ ^
- ใครไม่รู้จุดกระแส แต่สนุกดีเลยเล่นด้วย ใครที่รู้จักอิฉันลองเล่นดูน้า --> http://eirehc.funtest.biz
Cherie
17 พ.ค. 2549 เวลา 12:44 น.
จำไว้นะไอ้หนู ถ้าไม่อยากเป็นอย่างขวดพวกนี้ก็อย่าทำตัวมีปัญหา!!
เหอๆ ป้าก็มีวันวานยังหวาน(เรียกว่าเดอะ เรดิโอ เดย์ ออฟ เชอรี่ 55+)อยู่กับเค้าเหมือนกันน้า~
ท่องไว้ว่า เด็กนะเด็ก ไม่พอใจก็ยิงทิ้ง
เท่านั้นเอง
ถ้าไม่ยินดีทำ ผมสามารถจัดการให้ได้ แต่ผมอาจต้องฆ่าคุณกับน้องๆของคุณด้วย^_~
( อย่าให้ที่รักมาเก็บนู๋เลยนะคะ )^ ^;;;
เฮอร์มิก็ไม่ใช่แนวรักเด็กเลยเจ้าค่ะ..
ขำกะนอกเรื่องของป้าเนี่ย .. ที่เด็กวิ่งตามร้านอาหาร แล้วพ่อแม่ยังชื่นชมน่ะค่ะ 555
ไปเล่นเทสต์ของป้ามาละนะคะ
ได้คะแนนจึ๋งเดียวเอง ^ ^;;
อ่านแล้วก็นึกถึงเมื่อก่อนที่ตัวเองเล่นเป็นขบวนการมนุษย์ 5 สีเหมือนกัน ^^
ปล.อยากจะว่าพี่แก่นะ แต่ลืมไปว่าตัวเองอายุน้อยกว่าพี่ไม่กี่ปี - -"