ไอ้นั่นมันก็คนอย่างงี้แหละ
สวัสดีค่ะ
ครั้งที่เราเจ๋อไปแจมปาร์ตี้อำลาของหอพักที่ญี่ปุ่น ได้คุยกับหนุ่มวิศวะวัย 26 ชาวฝรั่งเศสคนนึง
ในฐานะที่เป็นมนุษย์ต่างด้าวเหมือนกัน หัวข้อคุยจึงกลายเป็นการนินทาคนญี่ปุ่นไปซะฉิบ
หนุ่มฝรั่งเศสที่ชื่อออกเสียงยากมากคนนี้ (เราพยายามอยู่สามครั้ง แต่ในที่สุดก็ลืมด้วยความไม่คุ้น) เล่าถึงความยากลำบากของชีวิตหกเดือนในญี่ปุ่นว่า
ถึงจะพูดญี่ปุ่นได้คล่อง (อย่างแรงค่ะ พิสูจน์แล้ว) แต่พอคนเห็นหน้ากับจมูกโด่งๆ แบบนี้ ก็ไม่มีใครกล้าพูดด้วยก่อน แม้แต่แคชเชียร์ในซูเปอร์ ทำให้กระพ้มต้องเป็นฝ่ายพูดก่อนอยู่ร่ำไป
ประเด็นนี้ว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พบเห็นได้ทั่วไป
ในภาควิชาเรามีอาจารย์ชาวต่างชาติที่สอนเล็คเชอร์นักศึกษาด้วยซาวด์แทร็กเสียงในฟิล์ม แม้อาจารย์จะใจดีขนาดพยายามพูดอย่างช้าและอย่างชัด น่านับถือในความพยายามที่มีให้นักศึกษาไทยยิ่งนัก รวมทั้งทำหน้ายิ้มแย้มอย่างใจดีอยู่เป็นกิจวัตร แต่ถ้าถึงเวลาที่ต้องถาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือคำถามจะถูกโยนไปให้คนที่หน้าตาเหมือนจะเก่งอังกฤษ และ "ถามให้หน่อยสิ"
จริงๆ แล้วสกิลภาษาเพื่อนๆ เราก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่กันเลยซักคน ถ้าให้ทำจริงๆ ก็เมาท์กันได้ถ้วนหน้า ผ่านการพิสูจน์แล้วจากผู้กล้าแห่งที่ราบสูงซึ่งไปทำซีเนียร์โปรเจ็คท์อยู่กับอาจารย์ท่านนี้
ประเด็นมันไปติดอยู่ตรงพลังงานใจที่ต้องใช้ในการเอาชนะแรงเสียดทานสถิตย์บนริมฝีปากครับ
เราคิดว่าแม่ค้าพ่อค้าแถวจตุจักร ประตูน้ำ มาบุญครอง สามารถเป็นแรงบันดาลใจที่ดีมากให้แก่การเรียนภาษาทุกชนิด
ศัพท์ไม่มี แกรมมาร์ไม่ต้อง ข้ามากับความกล้าที่จะพูด
(แต่สองข้อแรกไม่ควรเลียนแบบด้วยประการทั้งปวง)
...นั่นมันเรื่องธรรมด๊าธรรมดา เรื่องที่เราอยากเล่าวันนี้เป็นเรื่องของความยากลำบากหมายเลขสองของหนุ่มฝรั่งเศสข้างต้น
เค้าว่า กับคนญี่ปุ่นที่คุยด้วยรู้เรื่อง พออีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นคนฝรั่งเศส หัวข้อคุยที่ตามมาคือเรื่องไวน์
โดนคนชวนคุยเรื่องไวน์อย่างเป็นล่ำเป็นสัน รุ่นไหนดี รสชาติเป็นยังไง ดูไวน์ยังไง และอื่นๆ อีกมากมายไฮโซ บางคนเพิ่งรู้จักกันแบบผิวเผินก็ชวนเมาท์เรื่องไวน์แบบถึงลูกถึงคนซะแล้ว แถมยังมีการชวนไปดวดไวน์ด้วยกันซะอีก
ซึ่งเจ้าตัวโอดครวญว่า ผมไม่รู้เรื่องงงงงง ผมเป็นคนฝรั่งเศสก็จริง แต่ผมไม่สันทัดเรื่องนี้นะ
"เหมือนถูกเหมารวมว่าคนฝรั่งเศสทุกคนต้องชอบดื่มไวน์งั้นแหละ"
หัวข้อในวันนี้จึงว่าด้วยเรื่อง "การเหมารวมทางอัตลักษณ์ของกลุ่ม"
(ศัพท์บัญญัติมั่วค่ะ มิควรแก่การนำไปอ้างอิง พยายามจะหาคำที่ตรงกับ stereotype แต่นึกไม่ออกแหะ)
เด็กอาร์ตเซอร์ เด็กวิทย์บ้าเรียน เด็กเอกชนแร่ด เด็กจุฬาไฮโซ เด็กช่างถ่อย วัยรุ่นบ้าดาราเห่อแฟชั่น ผู้ใหญ่คร่ำครึไม่ทันโลก คนจีนขี้เหนียว แขกซกมก คนอีสานโง่ คนใต้โผงผาง คนไทยลืมง่าย คนอเมริกันมารยาทบัดซบ ....พอละ ความขยันนั่งนึกหมดแค่นี้
เราถูกจัดอยู่ในกลุ่มคนแบบต่างๆ หลายกลุ่มในต่างกรรมต่างวาระ บ่อยครั้งที่เรามองคนในกลุ่มอื่นด้วยภาพลักษณ์แบบเหมารวม
ภาพลักษณ์นี้บางครั้งก็เกิดจากข้อเท็จจริงของคนส่วนใหญ่ในกลุ่ม บางครั้งก็เป็นแค่การบิดเบือนของข่าวสาร ถ้าเลวหน่อยก็เป็นการบิดเบือนของคนรับสารซะเองที่ทนเห็นคนกลุ่มอื่นดีกว่ามิได้
ความเป็นจริงคือ คำเหมารวมข้างต้นอาจจะถูกต้องสำหรับสมาชิกบางส่วนของกลุ่ม ในขณะที่บางส่วนก็ไม่ได้มีคุณสมบัติเหล่านั้นเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เรามีแนวโน้มจะมองว่าสมาชิกในกลุ่มทุกคนเหมือนกันหมด
จริงอยู่ว่าความเป็นกลุ่มเป็นก้อนมักจะชักนำสมาชิกไปในทางเดียวกัน แต่ท่ามกลางกระแสหลักของกลุ่มนั้นก็คือคนหนึ่งคน คนที่มีความคิดจิตใจอย่างอิสระหนึ่งคน
การตัดสินคนหนึ่งคนตรงหน้าเราจากกลุ่มที่เขาเป็นสมาชิกอยู่ จากชนชาติของเขา จากศาสนาของเขา จากสถาบันของเขา จากวิชาชีพของเขา จึงเป็นเรื่องที่จะนำเราไปสู่ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเขา
ความไม่เข้าใจกันเป็นอันตรายตั้งแต่ระดับทำให้เราหลงทางไปจนถึงทำให้เกิดสงครามกลางเมือง
คำแนะนำของหนุ่มฝรั่งเศสรายนี้คือ ทุกคนควรจะได้เดินทาง
ออกมาสัมผัส "คนกลุ่มอื่น" สัมผัสความหลากหลายของคนต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา
สัมผัสกับความเหมือนในความแตกต่างเหล่านั้น
ในความแตกต่างของชนชาติ ก็ยังมีความเหมือนของอุปนิสัยใจคอคน จะเป็นชาติไหนก็ย่อมมีทั้งคนที่นิสัยดี น่ารัก ขยัน เป็นมิตร และย่อมมีทั้งคนที่ใจแคบ หยิ่ง เหยียดชั้น เกียจคร้าน เป็นสมาชิกอยู่ด้วยในกลุ่ม
และในความแตกต่างของชนชาตินั้น ก็มีความเป็นมนุษย์เหมือนกันอยู่ด้วยนั่นเอง
เข้าใจและยอมรับ
คาดว่าไม่ช้าก็เร็วกระแสสังคมจะเบนมาที่กลุ่มโอตะคุ ชาวอนิเม คอสเพลย์ และสายพลังทั้งปวง
ในฐานะสมาชิกเงียบๆ คนหนึ่งของกลุ่ม เราจับตาดูด้วยความสนใจอย่างยิ่งว่ากระแสสังคมจะพัดพาอัตลักษณ์กลุ่มไปในทิศทางไหน
จะดีขึ้นหรือแย่ลง ประเด็นคงอยู่ที่การสื่อสารและความเข้าใจระหว่างกัน
พับผ่าเถอะ ยังไม่ทันเริ่มเลยก็ส่อแววตบกันตายแล้วสิ :)
โน้ตให้ตัวเอง -- สองวันก่อนโคนัน #45 ออก
ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านเจ้าค่ะ :)
Cherie
1 มิ.ย. 2549 เวลา 13:38 น.
หวัดดีค่ะ เชอร์รี่
ขอบคุณสำหรับความร่วมมือในการทำแบบสำรวจ (ของตัวเอง) นะคะ
เชอร์รี่จำไม่ได้จริงๆ เหรอ ว่าเพราะอะไร .. ที่ทำให้ตาลตามมาอ่านไดอะรี่ของเชอร์รี่ ที่นี่
อิอิ ถ้างั้น ...ที่มาของตาล กับ เชอร์รี่ .. เอาไว้ตาลจะเฉลย ให้เชอร์รี่อ่าน
แน่ๆ ค่ะ
แต่คงยังไม่ใช่วันนี้นะ ^^ อุ๊บอิ๊บ ไว้ก่อน เด่วไม่ตื่นเต้น 555
*-------------------
คนเราก็ มักจะเป็นงี้หละ
ตาลก็ เคยเป็นนะที่เหมารวมตามลักษณ์ของกลุ่มนั้นๆ
^^'
แต่ คนเราไม่ควรตัดสินกันแค่ภายนอก ว่ามั๊ยคะ ?
ปล. ไม่เสียเวลาหรอกค่ะ ...
เพราะว่า อยากรู้จักและคุยกันให้มากกว่าเดิมนะค่ะ
^^
^^
ฉันใดฉันนั้น การรวมกลุ่มของคนย่อมต้องมีอะไรเหมือนๆกัน อยุ่ในสถานที่เดียวกันอยู่โรงเรียนเดียวกัน และมีทัศนคติที่เข้ากันได้ (คงไม่ปฏิเสธเนอะ ว่าคนที่ต่างกันสุดขั้ว จะเข้ากันได้ดี ถึงจะมีให้เห็นบ้าง แต่นั่นก็ส่วนน้อยล่ะ) คนทุกคนอยากให้มีคนสนับสนุนสิ่งที่ตัวเองคิดสิ่งที่ตัวเองเป็นด้วยกันทั้งนั้น
สิ่งเหล่านั้น จึงเป็นเครื่องผลักดันให้เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ที่มีอยู่แล้วเด่นชัดขึ้นไปอีก เด็กอาร์ต เมื่ออยู่เป็นกลุ่มเด็กอาร์ต ความอาร์ตก็จะถูกทำให้มีเอกลักษณ์ที่มากขึ้นจากการติดต่อสัมผัสกับเด็กอาร์ตด้วยกัน
ทุกคนในสถานที่เดียวกันคงไม่ชอบเจ๊าะแจ๊ะทั้งหมดแน่ จะต้องมีหมาป่าเดียวดายอยู่ซักเปอร์เซนต์นึง
นั่นแหละ คือสิ่งที่ยืนยันว่าการเหมารวมคงไม่ใช่ทั้งหมดแน่
เราคิดอย่างนั้น ...จริงๆนะ
น่าเห็นใจหนุ่มฝรั่งคนนั้นแฮะ แต่ไอ้การเหมารวมจากภาพลักษณ์ภายนอกของคนกลุ่มนึง คนส่วนใหญ่ก็จะมองไปในทางเดียวกันว่าไอ้คนจากกลุ่มนี้มันเป็นพวกอย่างนี้ มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้แฮะ แต่ถ้าคนเราเปิดใจเปิดทัศนคติให้กว้าง ความคิดและการปฏิบัติต่อกันก็คงดีขึ้นกว่านี้กัน ^ ^
มันก็จริงอ่ะค่ะ ..
มองเผิน ๆ ยังไงก็ต้องเหมารวม โดยดูจากภาพลักษณ์ทั่วไป แต่ถ้าเราไปสัมผัสจริง ๆ แล้วมันอาจไม่ใช่อย่างที่เราตราเค้าไว้ก็ได้ เนอะคะ ..
อย่างที่ตุ่นว่าแหละ ต้องเปิดใจให้กว้างงง
* ยังไม่ได้ซื้อโคนัน 45 เลยอ่ะป้า ><"
หลังจากทำงานก็รู้ชัดเลย ใครมันบอกว่าคนญี่ปุ่นขยันทำงานวะ คนญี่ปุ่นในแผนกทุกผู้ทุกตัวขี้เกียจจนพูดไม่ออก
ห้ามตัดสินคนที่เชื้อชาติเด็ดขาด
ตอบเม้นท์นะเจ้าคะ
พระมหาชนกถ่ายได้เจ้าค่ะ เจ้าหน้าที่อนุญาต ขอแค่ไม่ใช่แฟลชก็พอ (แต่แน่นอนว่า ไม่ใช้อยู่แล้ว ถ้าใช้แฟลช รูปคงโง่ แน่ ) หรือจะถ่ายวิดิโอ เค้าก็ไม่ว่านะคะ
วันนี้โผล่หัวมาเห็นป้ามีสาระมากหลาย เหอๆๆ ^ ^ ชอบคำบรรยายตรงที่ว่า...ไอ้ใช้พลังงานใจกะแรงเสียดทานสถิตย์ที่ริมฝีปากง่ะ ป้าเปรียบเทียบได้เจ๋งจัง เหอๆ ^ ^;;;;
ปล. เห็นด้วยแฮะ...ว่าแม่ค้าทั้งหลายเก่งจริง....แรงบันดาลใจของเค้านี่น่ากลัวเนอะ ^^ ;;;; (ไปจีนยังต่อราคาของเป็นภาษาไทยได้เล้ย.... -- --" คนขายพูดไทยเกือบคล่องเชียะ..คล่องกว่าไกด์ที่นำทางอีกนะน่ะ....- -")