. . .
สวัสดีค่ะ
ไปดูยะมะโตะมา
มันคือหนังค่ะ
อารมณ์ประมาณไทแทนิค
เพราะยะมะโตะจมทะเล
ขาดแค่แจ็กกะโรส :)
(.....แป้ก.....)
ข้อดีของหนังเรื่องนี้คือ
ไม่เอาความรักชาติมายัดปาก
(ซึ่งฉันจะคายทิ้ง อั๊วะไม่ใช่ญี่ปุ่น)
ในนิทานของศึกสงคราม
คนที่มอบชีวิตเพื่อชาติคือคนเท่
คนที่สู้จนตัวตายคือวีรบุรุษ
แต่นิทานเรื่องนี้
การตายในสงครามเป็นความกล้า
ทว่าการมีชีวิตอยู่ต่อไปเป็นความกล้าหาญยิ่งกว่า
เหมือนแสงสว่างกับความมืด
ถ้าไม่กลัวความตายแล้ว จะซาบซึ้งกับการมีชีวิตอยู่ได้ยังไง
ฉากที่ชอบของหนังเรื่องนี้คือ
การอำลาบ้านเกิดของทหารบนเรือรบยะมะโตะ
ในศึกที่หนทางชนะมืดมน
เสียงสุดท้ายที่สั้นเพียงแค่ชื่อ
แต่อัดแน่นด้วยความรู้สึก
ชายหนุ่มที่ตะโกนอย่างห้าวหาญว่าจะสู้และตายเพื่อชาติ
ในใจคงกำลังร้องไห้
ข้อดีของการดูหนังในรอบท้ายๆ ก็คือ
หนึ่ง คนดูน้อย
สอง สืบเนื่องจากข้อหนึ่ง มักเป็นคนดูที่ตั้งใจดู ลดโอกาสการเจอมนุษย์ที่เป็นอุปสรรคในการดูหนังอย่างสงบสุข
สาม สืบเนื่องจากข้อสอง เพิ่มโอกาสที่เราจะมีแนวร่วมในการนั่งดูเครดิตจนจบ และเพิ่มโอกาสที่คนฉายจะไม่ปิดจอไล่เราไปพร้อมกัน
~*~*~*~*~*~
แรกๆ ที่ได้ยินข่าวการชนะรางวัลโอลิมปิกวิชาการ
อิฉันในโหมดเด็กน้อยตื่นเต้นมาก เพราะไพล่ไปเข้าใจว่าที่หนึ่งมีได้คนเดียว ที่สองมีได้คนเดียว และที่สามมีได้คนเดียวเยี่ยงกีฬาทั่วไป
ต่อไปเมื่อเข้าใจว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ความตื่นเต้นก็ลดลง
และต่อไปอีกเมื่อเข้าใจว่าคนชนะจะมาจากสังคมแบบไหน ความตื่นเต้นก็เอนเข้าสู่ศูนย์
เหมือนยอดภูเขาน้ำแข็ง
ใต้ทะเลคือประชากรส่วนมากที่ใช้ความรู้สึกมากกว่าความคิด
และเชื่อเพราะมีคนบอกให้เชื่อ
ไม่ได้พูดว่าโง่นะ (เรารู้ว่ามันเป็นคำสะเทือนใจ)
ที่ขาดไปก็แค่การปรับกระบวนการคิด
~*~*~*~*~*~
พักนี้นั่งดูฉิ่งฉับทัวร์ไร่สตรอเบอรี่
ดูไปก็เกาแขนไปว่ามันมีอะไรดีนักรึ
ปรามาสไว้เชิงก่อน แต่ก็ยังดูต่อไป
เพราะเครื่องแบบน่ารัก วะฮ่า
(เป็นเหตุผลในการดูอนิเมซักเรื่องที่ D- จริงๆ)
~*~*~*~*~*~
...สงสัยนิดนึง...
ไอ้ Life Scale (ที่เราไม่เคยโชว์) มันมีช่องให้กรอกระดับความรัก
มนุษย์ที่รักตัวเองอย่างเหนียวแน่นอย่างอิฉันจะกรอกว่าอะไรดีล่ะ
"รักตัวเองหวานเจี๊ยบ" น่ะเรอะ :D
~*~*~*~*~*~
จบเถอะ...
ขอบคุณที่อ่านตั้งแต่ตัวแรกจนตัวสุดท้ายค่ะ :)
Cherie
17 ก.ค. 2549 เวลา 10:24 น.