Climate Change เพราะโลกร้อนขึ้นไม่นิดหน่อย
ดูหัวเรื่องก็รู้แล้ว ไปดูหนังมาค่ะ
และนี่คือภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวหลังดูจบ....

...อีนี่+++บ้ากบร้ายแรงว่ะ กร๊าก
(เอาน่า ขอหน่อยเถอะ นานๆ ฉันจะอินการ์ตูนได้ซักเรื่องเยี่ยงนี้)
ชื่อหนังทำให้เราไถลนึกไปว่าจะโดนจับยัดยาต้มฟ้าทะลายโจรหนึ่งหม้อตลอดเวลารับชม
" An Inconvenient Truth "
...มันต้องหดหู่ อึดอัด หนักกบาล ขยะแขยงแสยงขนยิ่งกว่านั่งฟังอาจารย์ T (นามสมมติ) เล็กเชอร์ ยิ่งกว่าดูผลสอบปลายภาควิชา Invertebrate Zoology และยิ่งกว่าดูหนังเรื่องศพแน่ๆ เลยค่ะเก็นตะ (แต่ตูก็ไม่เคยดูเรื่องนี้นี่หว่า เอิ๊ก)
แบบนี้เค้าเรียกว่า preconception นะคะท่านผู้ชม
แปลเป็นไทยว่า "ยังไม่ทันดูเลยเจือกคิดเองเออเองไปสุดกู่แล้ว อีบ้า!! กลับม้า~~"
ฉะนี้แล้วเราก็เลยเตรียมใจยังกับจะไปนั่งฟังสัมมนา
ผิดหวังค่ะ เพราะหนังไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย
...แต่เป็นความผิดหวังที่น่ายินดีนะ ^ ^
ความเห็นส่วนตัวคือ
เป็นหนังที่สะเทือนใจอย่างไม่ต้องใช้ความพยายามในการบีบคั้นอารมณ์คนดู
ลำดับเรื่องราวได้ชัดเจน ติดตามง่าย มีลูกล่อลูกชนลูกฮาเหมือนเอาอัล กอร์มาทอล์คโชว์ตรงหน้าเรา
แม้เรื่องราวจะปล่อยเราให้รู้สึกมืดมนกับอนาคตเบื้องหน้า ทว่าบทสรุปทิ้งท้ายด้วยความหวังที่มิได้สว่างเพียงรำไร
เชื่อว่าเป็นหนังที่มีพลังในการส่งสารไปถึงผู้ชมได้อย่างชัดเจนและทรงพลังค่ะ
ว่า "เราทุกคนทำได้ เราเปลี่ยนแปลงโลกได้ ถ้าตั้งใจที่จะทำ"
(....ถ้าคนดูไม่หลับนะ ฮา)
จุดที่ตีแสกหน้าได้เจ็บที่สุด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกนี้
สำหรับเราแล้ว มันคือเสียงที่ฟังดูอ่อนล้า กับใบหน้าที่ดูอิดโรย ของอัล กอร์ ขณะที่เดินทางไปบรรยายเรื่อง Global warming ตามที่ต่างๆ ทั่วโลก
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องราวเดิมบอกเล่าออกไป
จะต้องใช้เวลาอีกซักเท่าไหร่นะ จะต้องเล่าเรื่องนี้อีกซักกี่ครั้งกันนะ
หรือจะต้องรอให้ผลลัพธ์นั้นรุนแรงพอจะปลุกมนุษย์บนโลกนี้ให้รู้สึกตัวตื่นจากความเคยชิน
ความอุทิศตนนั้น...นั่นล่ะ ที่กระแทกเข้าไปในใจ
อยากจะขอบคุณทุกๆ คนบนโลกใบนี้ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อปกป้องโลก
แม้จะไม่มีใครเห็น แม้จะไม่มีใครรับรู้ แม้จะไม่ปรากฏผลลัพธ์ใดๆ ก็ตาม...
เป็นหนังที่ดีค่ะ ดูแล้วรู้สึกดี ^ ^
ตอนไปดู เราไปซื้อตั๋วก่อนหนังฉายหนึ่งชั่วโมง
ตกใจ เพราะมันว่างสนิททุกที่นั่ง
แต่พอถึงเวลาฉายก็โล่ง เพราะมีคนนั่งดูด้วยเยอะใช้ได้ ^ ^
ดูจบแล้วเราคิดถึงเจ๊กระต่ายคางุยะกับสิบจัตวาโดโรโระขึ้นมาปั๊บเลยนะ
(เลือกวาดโดโรโระด้วยเหตุผลทื่อๆ ว่าวาดง่ายกว่านั่นเอง เกิดมาหัวกลมก็ดีเงี้ยะ ^ ^ )
เหตุผลติดอันดับท็อปไฟว์ที่มนุษย์ต่างดาวอยากยึดครองโลกก็คือ "เพราะดาวสีฟ้าดวงนี้งดงาม" (ส่วนมากแล้วมักไม่มีเหตุผล ก็ข้าจะมาซะอย่างหนิ กร๊าก)
แต่พวกเราคงไม่ต้องถึงกับทำลายโลกซะเองเพื่อไม่ให้พวกเค้ามารุกรานหรอก ฮา
การต่อสู้เพื่อยึดครองโลกนั้นยากลำบาก
แต่การต่อสู้เพื่อปกป้องโลก ปกป้องธรรมชาติ ปกป้องสรรพสิ่งและทุกชีวิตบนโลก
....บางทีอาจจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากยิ่งกว่าก็ได้
....เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะคะคุณสิบจัตวา ฮา ^ ^
ชื่อหัวข้อวันนี้ไอเดียแรกเริ่มจากปรายเน้อ เราชอบชื่อนี้มากเลยนา ^ ^
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบและสวัสดีค่ะ ^ ^ /
Cherie
15 ก.ย. 2549 เวลา 00:10 น.
ป.ล. นินทากบ....เพิ่งสอย DVD กบแผ่นสามมาเพื่อฟังเสียงสิบเอกภาษาไทยโดยเฉพาะด้วยความประทับใจกับสองแผ่นแรกมากที่เลือกคนพากย์ได้เยี่ยมจริงๆ ค่ะจอร์จ (โดยเฉพาะสิบตรี โอ้....คุณเกิดมาเพื่อสิ่งนี้) แต่ทว่า....อั่ก...มัน....ม่ายยยย~~~~~ (นอนตาย แผละ)
...สปอยล์ฮะ....น้าต๋อยพากย์เสียงสิบเอก -- --a จริงๆ เราก็ไม่ได้รังเกียจน้าต๋อยอะไรหรอกนะ แต่สิบเอกมันต้องโรคจิต น่ารังเกียจ โฉดชั่ว และหัวเราะได้สยิวเส้นขนสิคะ ไม่ใช่เสียงน่าเอ็นดูแบบนั้นค่ะจ่า /( -- -- )
ดีดี อยากดูไปด้วยเลยอ้ะ
โอ้แบบนี้วาดง่ายเหรอป้า
แค่ลงสีน้องยังทำไม่ได้เล๊ยยย
งี้แหละเนาะคนมีพรสวรรค์
สู้ !! เพื่อโลก
:)
ปล. คราวนี้สีสวยดี
หึๆๆ เราดูหนังครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่หว่า... (ไม่นับโคนันมูฟวี่นะ กร๊ากก~~)